ข้ามไปยังเนื้อหา
Reading: คู่มือแฟนไก่ชน: รับมือวิกฤตใบอนุญาตชนไก่เซบู 2026  //  19 ก.ย. 2569  //  5 min read  // 
กลับไปที่วารสาร บทความ

คู่มือแฟนไก่ชน: รับมือวิกฤตใบอนุญาตชนไก่เซบู 2026

นายกเทศมนตรีเมืองเซบู เนสเตอร์ อาร์ชิวัล (Nestor Archival) สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครเซบู (Cebu City Police Office หรือ CCPO) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบใบอนุญาตกิจกรรมพนัน ครอบคลุมสลากกินแบ่งท้อง...

19 ก.ย. 2569
5 min read
คู่มือแฟนไก่ชน: รับมือวิกฤตใบอนุญาตชนไก่เซบู 2026

คู่มือแฟนไก่ชน: รับมือวิกฤตใบอนุญาตชนไก่เซบู 2026

นายกเทศมนตรีเมืองเซบู เนสเตอร์ อาร์ชิวัล (Nestor Archival) สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครเซบู (Cebu City Police Office หรือ CCPO) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบใบอนุญาตกิจกรรมพนัน ครอบคลุมสลากกินแบ่งท้องถิ่น (Small Town Lottery หรือ STL), ลอตโต้, e-Sabong และการชนไก่ ทั่วทั้ง 13 สถานีตำรวจในเมือง คำสั่งนี้ออกมาหลังเกิดเหตุจับกุมประมาณ 50 คนในงานเทศกาลระดับหมู่บ้านที่มีการชนไก่ ทั้งที่ผู้จัดงานอ้างว่ามีใบอนุญาตจากเมืองแล้ว สภาเทศบาลผ่านการเสนอของสมาชิกอัลวิน อาร์ซิลลา (Alvin Arcilla) จึงเรียกร้องให้ทบทวนว่าข้อบัญญัติเมืองฉบับที่ 1447 ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 2806 ครอบคลุมงานเทศกาลแบบนี้จริงหรือไม่ ขณะที่ e-Sabong ถูกสั่งแบนทั่วประเทศฟิลิปปินส์มาตั้งแต่ปี 2022 บทเรียนสำคัญคือ ใบอนุญาตจัดงานเทศกาลกับใบอนุญาตพนันเป็นคนละใบ ต้องตรวจสอบให้ครบก่อนจัดกิจกรรมทุกครั้ง

ลองจินตนาการดูนะว่าคุณเป็นคนจัดงานเทศกาลหมู่บ้าน ถือใบอนุญาตจากเทศบาลมาอย่างถูกต้อง คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แล้วจู่ๆ ตำรวจก็เดินเข้ามาจับคนไปห้าสิบคนต่อหน้าคุณ นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในงานเทศกาลบารังไกแห่งหนึ่งที่เซบู และมันคือคำถามที่บทความนี้จะตอบให้ชัด นั่นคือ ถ้าคุณเกี่ยวข้องกับวงการชนไก่ไม่ว่าจะในฐานะผู้จัดงาน คนดูข่าวต่างประเทศ หรือแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามกฎกติกาจากหลายประเทศ คุณต้องปรับตัวรับมือกับการกวาดล้างครั้งนี้อย่างไร ผมเองเคยโดนเว็บพนันปลอมหลอกมาครั้งหนึ่ง เสียทั้งเงินทั้งความมั่นใจ ตั้งแต่นั้นผมกลายเป็นคนที่ตรวจทุกอย่างสองรอบสามรอบก่อนเชื่อ และเคสเซบูนี้ก็เป็นตัวอย่างชั้นดีที่สอนว่า "มีใบอนุญาต" กับ "มีใบอนุญาตที่ครอบคลุมกิจกรรมจริง" ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย ทีมงาน ไก่ชนคลาสสิก ติดตามข่าวนี้มาตั้งแต่การแถลงข่าวครั้งแรกของสำนักงานนายกเทศมนตรี และจะพาคุณไล่ทีละสถานการณ์ว่าควรทำอะไรบ้าง

อยากรู้รายละเอียดเชิงลึกกว่านี้ไหม ทีม ไก่ชนคลาสสิก รวบรวมกฎกติกาสนามและมาตรฐานการตัดสินไว้ให้ครบแล้ว

เรียนรู้เพิ่มเติม

a tense village fiesta cockfighting arena at dusk, spectators crowding a dirt pit, police officers checking papers

ถ้าคุณเป็นผู้จัดงานชนไก่ระดับหมู่บ้านที่ใช้ใบอนุญาตเก่า ควรทำอย่างไร?

ต้องยื่นตรวจสอบซ้ำทันทีว่าใบอนุญาตของคุณครอบคลุม "กิจกรรมพนัน" ไม่ใช่แค่ "การจัดงานเทศกาล" เพราะทั้งสองอย่างขอแยกกันภายใต้ข้อบัญญัติเมืองเซบูฉบับที่ 1447 และ 2806 การจับกุม 50 คนที่เกิดขึ้นก็มาจากช่องโหว่นี้เป๊ะ

ผมพูดตรงๆ เลยนะ นี่คือจุดที่ผู้จัดงานส่วนใหญ่พลาดโดยไม่รู้ตัว ใบอนุญาตที่ออกโดยบารังไกหรือเทศบาลท้องถิ่นมักครอบคลุมแค่การอนุญาตให้ใช้พื้นที่สาธารณะจัดงาน ไม่ได้แปลว่ารับรองกิจกรรมพนันที่เกิดขึ้นในงานนั้นโดยอัตโนมัติ ตำรวจจากทั้ง 13 สถานีในเซบูได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบใบอนุญาต ใบรับรอง และเอกสารประกอบกิจการของทุกกิจกรรมพนันแยกจากใบอนุญาตจัดงาน คำสั่งของสำนักงานนายกเทศมนตรีเซบูระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่ต้อง "ยืนยันว่าผู้ประกอบการถือใบอนุญาต ใบอนุญาตประกอบกิจการ และหนังสือรับรองที่ถูกต้องสำหรับกิจกรรมการพนันทุกประเภทที่ระบุไว้ในคำสั่ง" นั่นหมายความว่าถ้าคุณจัดงานที่มีการพนันไก่ชนแฝงอยู่ ต้องขอเอกสารเพิ่มจากหน่วยงานที่ดูแลคอกไก่ชน (cockpit) โดยตรง ไม่ใช่แค่ขอจากบารังไกฝ่ายเดียว สมาชิกสภาเทศบาลอัลวิน อาร์ซิลลาเสนอให้คณะกรรมการกฎหมายของสภาทบทวนเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้แนวปฏิบัติชัดเจนขึ้นสำหรับทั้งเจ้าหน้าที่บารังไกและผู้จัดงานเทศกาลในอนาคต ถ้าคุณอยู่ในวงการนี้ ต้องเก็บสำเนาใบอนุญาตทุกใบไว้ในที่เข้าถึงง่ายและพร้อมแสดงได้ทันทีที่ถูกขอ

รายการเอกสารที่ควรตรวจสอบก่อนจัดงานทุกครั้งมีดังนี้

  • ใบอนุญาตจัดงานเทศกาลจากบารังไกหรือเทศบาล
  • ใบอนุญาตประกอบกิจการคอกไก่ชน (cockpit license) ที่ยังไม่หมดอายุ
  • หนังสือรับรองผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่สนามตามที่ข้อบัญญัติ 2806 กำหนด
  • เอกสารยืนยันว่ากิจกรรมพนันอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานที่มีอำนาจ ไม่ใช่กลุ่มที่แอบอ้างชื่อ Philippine Charity Sweepstakes Office อย่างที่เกิดขึ้นกับ STL ในหลายพื้นที่

เชื่อหรือไม่ ผมเองเชื่อว่าถ้าคุณเตรียมเอกสารครบตามลิสต์นี้ตั้งแต่ต้น จะไม่มีทางถูกจับแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนงานเทศกาลที่เซบูแน่นอน

ถ้าคุณติดตามข่าว e-Sabong และคิดจะพนันไก่ชนออนไลน์ ควรทำอย่างไร?

ต้องเลิกคิดเรื่องนี้ทันที เพราะ e-Sabong หรือการชนไก่ผ่านช่องทางออนไลน์ถูกสั่งแบนทั่วฟิลิปปินส์มาตั้งแต่ปี 2022 และยังคงผิดกฎหมายอยู่จนถึงตอนนี้ในปี 2026 ส่วนการชนไก่แบบพบหน้ากันยังถูกกฎหมายแต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเท่านั้น

ประเด็นนี้สำคัญมากเพราะหลายคนสับสนระหว่างสองสิ่ง การชนไก่แบบดั้งเดิมที่มีคนดูอยู่ในสนามจริงยังคงเป็นกิจกรรมที่กฎหมายฟิลิปปินส์อนุญาตให้ทำได้ ตราบใดที่คอกไก่ชนมีใบอนุญาตถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่น แต่ e-Sabong ซึ่งเป็นการถ่ายทอดสดการชนไก่ให้คนเดิมพันผ่านแอปหรือเว็บไซต์ถูกรัฐบาลกลางสั่งระงับทั้งระบบ เพราะเชื่อมโยงกับคดีคนหายและปัญหาสังคมหลายกรณีในช่วงก่อนหน้านั้น ทีมตำรวจในเซบูจึงได้รับคำสั่งให้ตรวจ e-Sabong เป็นหนึ่งในหกประเภทกิจกรรมที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เทียบเคียงกับกรณีอื่นในจังหวัดเดียวกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมชาวเกาหลีใต้ 4 คนฐานดำเนินธุรกิจพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย โดยอ้างอิงกฎหมาย Republic Act 9287 ร่วมกับพระราชบัญญัติป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime Prevention Act) ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายเดียวกับที่ใช้เอาผิดผู้ให้บริการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายทั่วประเทศ ตามข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกีฬาชนไก่ใน Wikipedia การชนไก่มีรากฐานทางวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนาน แต่รูปแบบการพนันที่แนบมากับมันคือจุดที่กฎหมายแต่ละประเทศเข้มงวดต่างกันมาก ถ้าคุณอยากศึกษาความแตกต่างของกฎกติกาสนามในแต่ละประเทศเพิ่มเติม ลองอ่าน [Internal Link: เปรียบเทียบกฎกติกาสนามชนไก่ไทยกับฟิลิปปินส์]

อยากเช็คให้ชัวร์ว่าช่องทางที่คุณใช้ถูกกฎหมายหรือไม่ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เรียนรู้เพิ่มเติม

a smartphone screen showing a live-streamed cockfight betting app, held over a dim living room table

ถ้าคุณเป็นแฟนไก่ชนไทยที่ติดตามวงการต่างประเทศเพื่อเทียบกฎกติกา ควรทำอย่างไร?

ต้องแยกให้ออกระหว่างข่าวการบังคับใช้กฎหมายกับกฎกติกาสนามจริง เพราะเคสเซบูสะท้อนปัญหาเรื่องใบอนุญาตพนัน ไม่ใช่ปัญหาเรื่องมาตรฐานการชนไก่หรือการตัดสินที่ ไก่ชนคลาสสิก นำเสนอเป็นหลัก สองเรื่องนี้คนละมิติกันโดยสิ้นเชิง

ผมเข้าใจว่าแฟนไก่ชนไทยจำนวนมากติดตามข่าวจากฟิลิปปินส์เพราะอยากรู้เทรนด์วงการ แต่ต้องระวังอย่าเหมารวมว่าทุกอย่างที่เกิดที่นั่นจะเกิดในไทยเหมือนกัน โครงสร้างกฎหมายไทยกับฟิลิปปินส์ต่างกันตรงที่ไทยไม่มีระบบ e-Sabong แบบที่ถูกแบนในฟิลิปปินส์ตั้งแต่ต้น ขณะที่การกำกับดูแลคอกไก่ชนของแต่ละพื้นที่ในไทยมักผูกกับใบอนุญาตระดับจังหวัดหรือท้องถิ่น คล้ายกับที่เซบูใช้ข้อบัญญัติเมืองฉบับ 1447 และ 2806 ควบคุมใบอนุญาตคอกไก่ชนและคุณสมบัติเจ้าหน้าที่สนาม กรณีที่น่าสนใจอีกกรณีเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจจับกุม 11 คนในข้อหาเป็นนายหน้าเปิดรับพนัน "สแวร์เทรส" (swertres) ในพื้นที่ดาเนา (Danao City), ตาลีไซ (Talisay City) และลิโลอัน (Liloan) พร้อมยึดสลิปแทงพนันและเงินสดที่เชื่อว่าเป็นรายได้จากการพนันผิดกฎหมาย เคสนี้แม้ไม่เกี่ยวกับไก่ชนโดยตรงแต่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลท้องถิ่นเซบูกำลังจริงจังกับการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบพร้อมกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะจุด และในระดับประเทศ วุฒิสมาชิกชิซ เอสคูเดโร (Chiz Escudero) ก็ได้ยื่นร่างกฎหมายเพื่อแบนโฆษณาการพนันทั่วประเทศฟิลิปปินส์ไปแล้ว สะท้อนว่าทิศทางนโยบายกำลังเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ในภาพรวม ถ้าคุณอยากรู้ว่าไทยมีกรอบกฎหมายกำกับดูแลกีฬาชนไก่อย่างไรบ้าง แนะนำให้ดู [Internal Link: กฎหมายและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสนามชนไก่ในไทย] ประกอบ

เรียนรู้เพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่ควรหลีกเลี่ยงคืออะไร?

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเข้าใจว่า "มีใบอนุญาตใบเดียว" แปลว่าครอบคลุมทุกกิจกรรม ทั้งที่จริงแล้วใบอนุญาตจัดงาน ใบอนุญาตคอกไก่ชน และใบรับรองผู้ตัดสิน เป็นเอกสารคนละชุดที่ต้องขอแยกกันตามข้อบัญญัติเมืองเซบู

จากการไล่เรียงเคสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเซบูปีนี้ ผมสรุปข้อผิดพลาดหลักๆ ที่ทำให้คนโดนจับหรือโดนปรับได้ดังนี้

  1. เข้าใจผิดว่าใบอนุญาตจากบารังไกครอบคลุมกิจกรรมพนันโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ต้องขอใบอนุญาตแยกจากหน่วยงานที่กำกับดูแลคอกไก่ชนโดยตรง
  2. ใช้ชื่อหน่วยงานอย่าง PCSO หรือ STL ในการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง ซึ่งเป็นปัญหาที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังคงพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง
  3. เข้าใจผิดว่า e-Sabong ยังถูกกฎหมายเพราะเคยได้รับความนิยมมาก่อนปี 2022 ทั้งที่ถูกแบนไปแล้วทั่วประเทศ
  4. ไม่เก็บสำเนาใบรับรองเจ้าหน้าที่สนามและผู้ตัดสินไว้ให้ตรวจสอบได้ทันที ทำให้ถูกมองว่าดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งที่อาจมีใบอนุญาตบางส่วนอยู่แล้ว
  5. มองข้ามความแตกต่างระหว่างกฎหมายระดับเทศบาลกับกฎหมายระดับประเทศ ทำให้เข้าใจผิดว่าใบอนุญาตท้องถิ่นเพียงพอต่อกฎหมายกลาง

สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำเป็นพิเศษคือเรื่องเอกสารยืนยันตัวตนของผู้ตัดสินและเจ้าหน้าที่สนาม เพราะข้อบัญญัติ 2806 กำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจนมาก แต่หลายคอกไก่ชนกลับมองข้ามจุดนี้ไปเพราะคิดว่าไม่สำคัญเท่าใบอนุญาตหลัก ทั้งที่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจมักตรวจจุดนี้เป็นลำดับต้นๆ เมื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่จัดงาน เชื่อหรือไม่ ผมก็เชื่อว่าเอกสารเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละที่มักเป็นตัวตัดสินว่างานของคุณจะผ่านการตรวจหรือไม่

a cockfight referee examining official certification papers beside a bamboo arena fence

หลัง 30 วันของการกวาดล้าง ต้องเช็คอะไรบ้าง?

ต้องกลับมาตรวจสอบสามเรื่องหลัก ได้แก่ สถานะใบอนุญาตของคอกไก่ชนที่คุณเกี่ยวข้อง ผลการทบทวนข้อบัญญัติของสภาเทศบาล และแนวปฏิบัติใหม่ที่ตำรวจแต่ละสถานีเริ่มบังคับใช้จริง เพราะทั้งสามเรื่องนี้มักเปลี่ยนแปลงเร็วหลังมีคำสั่งกวาดล้างใหม่

ในช่วง 30 วันแรกหลังนายกเทศมนตรีเนสเตอร์ อาร์ชิวัลออกคำสั่ง สิ่งที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือผลการประชุมของคณะกรรมการกฎหมายสภาเทศบาลที่สมาชิกอัลวิน อาร์ซิลลาเสนอให้ทบทวนข้อบัญญัติฉบับ 1447 และ 2806 เพราะผลสรุปจากคณะกรรมการชุดนี้จะกำหนดว่าอนาคตงานเทศกาลบารังไกจะยังจัดกิจกรรมชนไก่ได้ในรูปแบบเดิมหรือไม่ นอกจากนี้ควรติดตามว่าทั้ง 13 สถานีตำรวจในเซบูบังคับใช้มาตรการตรวจใบอนุญาตแบบเดียวกันหรือมีความเข้มงวดต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา คำสั่งระดับเมืองมักถูกตีความและปฏิบัติต่างกันในระดับปฏิบัติการจริง สุดท้ายควรเช็คข่าวจากส่วนกลางด้วยว่าร่างกฎหมายแบนโฆษณาการพนันของวุฒิสมาชิกชิซ เอสคูเดโรมีความคืบหน้าถึงขั้นไหนแล้ว เพราะถ้าผ่านสภา จะกระทบไปถึงการโฆษณากิจกรรมชนไก่ที่มีองค์ประกอบพนันแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน

รายการเช็คลิสต์ 30 วันที่แนะนำให้ทำมีดังนี้

  • ตรวจสอบว่าคอกไก่ชนที่คุณติดตามยังมีใบอนุญาตที่ไม่หมดอายุหรือไม่
  • ติดตามผลการประชุมสภาเทศบาลเซบูเรื่องการทบทวนข้อบัญญัติ 1447 และ 2806
  • เช็คว่าตำรวจในพื้นที่ของคุณเริ่มบังคับใช้มาตรการตรวจใบอนุญาตเข้มขึ้นหรือยัง
  • ติดตามความคืบหน้าร่างกฎหมายแบนโฆษณาพนันระดับประเทศ

ถ้าคุณอยากอ่านคู่มือฉบับเต็มเรื่องมาตรฐานการตัดสินและกฎกติกาสนามที่ใช้เปรียบเทียบได้ ลองดู [Internal Link: คู่มือมาตรฐานการตัดสินสนามชนไก่] และ [Internal Link: คำถามที่พบบ่อยเรื่องใบอนุญาตจัดงานไก่ชน] ประกอบการตัดสินใจของคุณ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากติดตามอัปเดตต่อเนื่องไหม กดดูข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงานได้เลย

เรียนรู้เพิ่มเติม

a Cebu City council meeting room with officials reviewing municipal ordinance documents on a wooden table

Frequently Asked Questions

Q: การกวาดล้างใบอนุญาตชนไก่ที่เซบูคืออะไร?

A: คือคำสั่งของนายกเทศมนตรีเนสเตอร์ อาร์ชิวัลให้ตำรวจนครเซบูตรวจสอบใบอนุญาตกิจกรรมพนันทุกประเภทอย่างเข้มงวด รวมถึงการชนไก่ STL ลอตโต้ และ e-Sabong คำสั่งนี้ครอบคลุมทั้ง 13 สถานีตำรวจในเมือง และเกิดขึ้นหลังการจับกุม 50 คนในงานเทศกาลชนไก่ระดับหมู่บ้านที่อ้างว่ามีใบอนุญาตแล้ว

Q: ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้างถ้าจะจัดงานชนไก่ในเทศกาลท้องถิ่น?

A: ต้องมีอย่างน้อยสามชุด คือใบอนุญาตจัดงานจากบารังไกหรือเทศบาล ใบอนุญาตประกอบกิจการคอกไก่ชนตามข้อบัญญัติ 1447 และ 2806 และหนังสือรับรองเจ้าหน้าที่สนามหรือผู้ตัดสิน การมีเพียงใบอนุญาตจัดงานเพียงใบเดียวไม่เพียงพอต่อกฎหมาย และเป็นสาเหตุหลักของการจับกุมที่เซบูครั้งล่าสุด

Q: e-Sabong กับการชนไก่แบบดั้งเดิมต่างกันอย่างไร?

A: e-Sabong คือการถ่ายทอดสดการชนไก่ให้เดิมพันผ่านแอปหรือเว็บไซต์ ซึ่งถูกแบนทั่วฟิลิปปินส์ตั้งแต่ปี 2022 ส่วนการชนไก่แบบดั้งเดิมที่จัดในสนามจริงยังถูกกฎหมาย แต่ต้องอยู่ภายใต้ใบอนุญาตของคอกไก่ชนและการกำกับดูแลของหน่วยงานท้องถิ่นเท่านั้น

Q: ถ้าคอกไก่ชนถูกตำรวจตรวจแล้วพบว่าใบอนุญาตไม่ครบ ต้องทำอย่างไร?

A: ต้องหยุดกิจกรรมพนันทันทีและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใบอนุญาตที่ขาดโดยเร็วที่สุด จากเคสในเซบู ผู้ประกอบการที่ถูกตรวจพบว่าเอกสารไม่ครบมักต้องเผชิญทั้งค่าปรับและความเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามข้อบัญญัติ 2806 ควบคู่กัน การแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือประสานงานกับคณะกรรมการกฎหมายสภาเทศบาลโดยตรงแทนการฝ่าฝืนต่อไป

Q: การตรวจใบอนุญาตครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายหรือข้อกำหนดอะไรเพิ่มเติมไหม?

A: ตัวการตรวจสอบของตำรวจไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการที่มีเอกสารครบถ้วนอยู่แล้ว แต่หากพบว่าใบอนุญาตหมดอายุหรือไม่ครบ ผู้ประกอบการต้องเสียค่าธรรมเนียมต่ออายุหรือขอใหม่ตามอัตราที่เทศบาลเซบูกำหนด ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทใบอนุญาตและขนาดของคอกไก่ชน

Q: ทำไมต้องระวังกลุ่มที่แอบอ้างชื่อ PCSO หรือ STL?

A: เพราะมีกลุ่มที่ไม่ได้รับอนุญาตแอบใช้ชื่อ Philippine Charity Sweepstakes Office เพื่อดำเนินกิจกรรมพนันโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่เจ้าหน้าที่เซบูระบุว่ายังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง หากพบการโฆษณาที่อ้างชื่อหน่วยงานนี้ควรตรวจสอบกับสำนักงานท้องถิ่นก่อนเข้าร่วมทุกครั้ง

Q: มาตรการกวาดล้างนี้จะส่งผลต่อวงการชนไก่ในไทยหรือไม่?

A: ไม่ส่งผลโดยตรง เพราะเป็นมาตรการเฉพาะพื้นที่เซบูภายใต้กฎหมายฟิลิปปินส์ แต่มีประโยชน์ในเชิงเปรียบเทียบ เพราะสะท้อนแนวโน้มว่าหลายประเทศในภูมิภาคกำลังเข้มงวดเรื่องใบอนุญาตกิจกรรมพนันที่แฝงมากับกีฬาชนไก่มากขึ้น แฟนไก่ชนไทยที่ติดตามวงการนี้ควรใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อเข้าใจโครงสร้างกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นทั่วภูมิภาค ไม่ใช่นำมาปรับใช้ตรงตัวกับกฎหมายไทย

ขอบคุณที่อ่าน

ไก่ชนคลาสสิก · The Journal · Issue 01 · 2024

บทความที่เกี่ยวข้อง