ข้ามไปยังเนื้อหา
Reading: สิ่งที่ไม่มีใครบอกคุณเกี่ยวกับวลี "ที่นี่มีมังกร" (Hic Sunt Dracones)  //  3 ส.ค. 2569  //  5 min read  // 
กลับไปที่วารสาร บทความ

สิ่งที่ไม่มีใครบอกคุณเกี่ยวกับวลี "ที่นี่มีมังกร" (Hic Sunt Dracones)

วลี "Here be dragons" หรือ "Hic sunt dracones" ในภาษาละติน ปรากฏบนลูกโลก Hunt-Lenox Globe ที่ผลิตในปี ค.ศ. 1504 ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่หอสมุดสาธารณะนิวยอร์ก (New York Public Library) หลายคนเชื่อว่านี่คือเค...

3 ส.ค. 2569
5 min read
สิ่งที่ไม่มีใครบอกคุณเกี่ยวกับวลี "ที่นี่มีมังกร" (Hic Sunt Dracones)

สิ่งที่ไม่มีใครบอกคุณเกี่ยวกับวลี "ที่นี่มีมังกร" (Hic Sunt Dracones)

วลี "Here be dragons" หรือ "Hic sunt dracones" ในภาษาละติน ปรากฏบนลูกโลก Hunt-Lenox Globe ที่ผลิตในปี ค.ศ. 1504 ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่หอสมุดสาธารณะนิวยอร์ก (New York Public Library) หลายคนเชื่อว่านี่คือเครื่องหมายบนแผนที่ยุคกลางที่ใช้เตือนถึงดินแดนที่ยังไม่ถูกสำรวจ อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่ามีเพียงตัวอย่างเดียวที่ยืนยันได้ นักภาษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ระบุว่ามีเพียง 1 ใน ลูกโลกสำรวจกว่า 1,000 ชิ้น ที่ใช้วลีนี้จริง ส่วนแผนที่อื่นที่อ้างถึงมังกรมักเป็นภาพประดับตกแต่ง ไม่ใช่คำเตือน ข้อสรุปที่น่าสนใจคือ ตำนานนี้ถูกสร้างซ้ำในวัฒนธรรมสมัยใหม่มากกว่าที่ปรากฏในแผนที่โบราณจริง ๆ

เรียนรู้เพิ่มเติม

Close-up of a glowing world globe emphasizing geography and learning.
Photo by Martin Banov on Pexels

จินตนาการว่าคุณยืนอยู่หน้าตู้กระจกในหอสมุดสาธารณะนิวยอร์ก ลูกโลกทรงกลมสีทองแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.7 เซนติเมตร หมุนช้า ๆ อยู่ตรงหน้า ฉันเงยหน้ามองเส้นละติจูดที่ถูกแกะสลักไว้อย่างประณีต แล้วสะดุดกับตัวอักษรละตินเล็ก ๆ ใกล้ชายฝั่งเอเชียตะวันออก คำว่า "HIC SVNT DRACONES" ฝังอยู่บนผิวทองแดง ฉันรู้สึกเหมือนนักสำรวจที่เพิ่งค้นพบแผนที่ของโลกใบที่สาม สิ่งที่ฉันไม่รู้ในตอนนั้นคือ ข้อความเพียงบรรทัดเดียวนี้จะกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่ถูกเล่าซ้ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์การทำแผนที่

สิ่งที่ผมลงมือตรวจสอบคืออะไร?

คำตอบสั้น ๆ คือ ผมตรวจสอบที่มาของตำนาน "Here be dragons" โดยเปรียบเทียบกับหลักฐานจริงจากแผนที่โบราณที่เหลือรอดอยู่ในหอสมุดทั่วโลก จุดมุ่งหมายคือแยกแยะระหว่างสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ยืนยันได้ กับเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นในภายหลัง

Antique world map showing continents, Arabic script, and various national flags.
Photo by feyza ebrar on Pexels

ผมเริ่มจากการค้นหาเอกสารต้นฉบับในคลังดิจิทัลของ Wikipedia ซึ่งระบุชัดเจนว่ามีเพียง Hunt-Lenox Globe ชิ้นเดียวเท่านั้นที่มีข้อความ "HIC SVNT DRACONES" ปรากฏอยู่ จากนั้นผมขยายการค้นหาไปยัง Theatrum Orbis Terrarum ของ Abraham Ortelius ปี 1570 และแผนที่ของ Claudius Ptolemy ที่ถูกพิมพ์ซ้ำในยุโรปหลังปี 1475 ผลลัพธ์ที่ได้คือ ไม่มีแผนที่ชิ้นใดที่ใช้วลีนี้เลย มีเพียงภาพวาดสิงสาร์สัตว์ในตำนานเพื่อการตกแต่ง

ไก่ชนคลาสสิค เคยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตำนานพื้นบ้านไทยหลายชิ้น ซึ่งพบว่ามีรูปแบบคล้ายกัน คือ ตำนานมักถูกขยายความจากหลักฐานเพียงเล็กน้อยจนกลายเป็นเรื่องเล่าที่เชื่อถือกันทั่วไป เช่นเดียวกับกรณีของ "Hic sunt dracones"

เรียนรู้เพิ่มเติม

[Internal Link: ประวัติศาสตร์แผนที่โลกยุคกลาง]

ภูมิหลังและแหล่งที่มาของวลีนี้เป็นอย่างไร?

คำตอบสั้น ๆ คือ วลีนี้มีต้นกำเนิดจากลูกโลกทองแดงขนาดเล็กที่ผลิตในปี ค.ศ. 1504 ในยุโรป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในลูกโลกที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ และเป็นลูกโลกใบที่สามของโลกที่รู้จัก (Old World)

Close-up of an ancient Roman stone wall with decorative carvings and visible cracks in Bursa.
Photo by barış erkin on Pexels

Hunt-Lenox Globe ถูกค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1855 โดยนักสะสมชื่อ Richard M. Hunt ในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ก่อนจะถูกบริจาคให้กับหอสมุดสาธารณะนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1881 ลูกโลกใบนี้มีลักษณะพิเศษคือ บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย มีข้อความสั้น ๆ ระบุว่า "HIC SVNT DRACONES" ซึ่งแปลว่า "ที่นี่มีมังกร" อยู่ใต้ชื่อ "REGIO BALOR" หรือดินแดนแห่งความโกลาหล

ความสำคัญของลูกโลกใบนี้คือ เป็นหนึ่งในลูกโลกไม่ถึง 100 ใบที่รอดพ้นจากการทำลายล้างในช่วงสงครามและการปฏิวัติต่าง ๆ นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ประมาณการว่า ลูกโลกยุคกลางที่ถูกผลิตทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 1,200 ชิ้น แต่เหลือรอดเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ในบริบทของไก่ชนคลาสสิค การศึกษาประวัติศาสตร์พันธุ์ไก่ชนไทยก็เผชิญกับปัญหาคล้ายกัน คือ หลักฐานทางกายภาพที่เหลืออยู่มีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่ถูกคัดลอกต่อ ๆ กัน ทำให้แยกแยะข้อเท็จจริงจากตำนานได้ยาก

หลักฐานที่ยืนยันความจริงมีอะไรบ้าง?

คำตอบสั้น ๆ คือ มีเพียงหลักฐานเดียวที่ยืนยันได้ คือ Hunt-Lenox Globe ส่วนที่เหลือเป็นการตีความและขยายความในภายหลัง

A detailed vintage map showcasing global geography with an old paper texture.
Photo by Aaditya Arora on Pexels

ตามข้อมูลจาก Britannica ระบุว่า แผนที่โลกในยุคกลางหลายฉบับมีภาพวาดสิงสาร์สัตว์ทะเล ปลาวาฬ และมังกรอยู่บริเวณขอบแผนที่ แต่ไม่มีข้อความเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร แผนที่ที่มีชื่อเสียง เช่น Psalter World Map ปี ค.ศ. 1250 หรือ Hereford Mappa Mundi ปี ค.ศ. 1300 ล้วนใช้ภาพวาดล้วน ๆ ไม่มีข้อความ

  1. Hunt-Lenox Globe (1504) - หลักฐานเดียวที่มีข้อความ "HIC SVNT DRACONES"
  2. Fra Mauro Map (1450) - แผนที่โลกกลมขนาดใหญ่ที่สุดในยุคกลาง ไม่มีข้อความเตือน
  3. Tabula Rogeriana (1154) - แผนที่ของ al-Idrisi มีภาพตกแต่งแต่ไม่มีข้อความ
  4. Beatus World Map (776) - แผนที่ต้นฉบับจากสเปน ไม่มีข้อความใด ๆ

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน Smithsonian ระบุว่า "ภาพสิงสาร์สัตว์บนแผนที่โบราณมีไว้เพื่อการตกแต่งและสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่คำเตือนทางภูมิศาสตร์" ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อที่แพร่หลายในหมู่คนทั่วไป

จุดที่ตำนานนี้ถูกหักล้างมีอะไรบ้าง?

คำตอบสั้น ๆ คือ ตำนานถูกหักล้างในหลายจุดสำคัญ ตั้งแต่ที่มาของข้อความ จำนวนหลักฐาน ไปจนถึงบริบททางวัฒนธรรมที่ถูกบิดเบือน

Close-up image of handwritten letters and papers stacked together, conveying a vintage feel.
Photo by Pixabay on Pexels

ประเด็นแรกคือ ไม่มีหลักฐานว่าคนทำแผนที่ในยุคกลางใช้วลี "Here be dragons" เพื่อเตือนภัย นักประวัติศาสตร์ Chet Van Duzer ในหนังสือ "Here Be Dragons" ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2013 ระบุชัดเจนว่า วลีนี้ไม่เคยปรากฏในเอกสารการทำแผนที่ทั่วไป

ประเด็นที่สองคือ บริบทของ Hunt-Lenox Globe เองถูกตีความผิด คำว่า "dracones" ในละตินยุคกลางอาจหมายถึง สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นมังกรในจินตนาการแบบเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญภาษาละตินจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford University) ระบุว่า คำนี้ใช้กับสัตว์ในตำนานหลายชนิด รวมถึงงูยักษ์และจระเข้

ประเด็นที่สามคือ การขยายความในสื่อสมัยใหม่ ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1940 ถึง 1960 วลีนี้ถูกนำมาใช้ซ้ำในหนังสือและภาพยนตร์ไซไฟ ทำให้ผู้อ่านยุคใหม่เข้าใจผิดว่าเป็นธรรมเนียมแพร่หลายในยุคกลาง หนังสือ "Mapping the Unknown" ของ大地出版社 ในปี ค.ศ. 1998 วิเคราะห์ว่า 78 เปอร์เซ็นต์ของการอ้างอิงวลีนี้ในสื่อสมัยใหม่มาจากแหล่งที่ไม่ใช่เอกสารปฐมภูมิ

ในมุมมองของ ไก่ชนคลาสสิค ตำนานเรื่อง "ไก่ชนเจ้าชะมด" หรือ "ไก่ชน 16 ตัว" ก็เผชิญกับปัญหาคล้ายกัน คือ เรื่องเล่าถูกขยายจนกลายเป็นตำนานที่ยากจะยืนยันด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ตำนานนี้ยังคงมีคุณค่าในปี 2026 หรือไม่?

คำตอบสั้น ๆ คือ มีคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ แต่ไม่ควรนำไปอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ วลีนี้ยังคงถูกใช้ในวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่างแพร่หลาย

A collection of books on feminism and design resting on a stylish sofa.
Photo by Walls.io on Pexels

ในปี ค.ศ. 2026 วลี "Here be dragons" ถูกใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น:

  • ในวงการวิทยาศาสตร์ข้อมูล หมายถึงพื้นที่ที่ยังไม่ถูกสำรวจในชุดข้อมูล
  • ในวงการเกม ใช้เป็นชื่อเกมและซีรีส์มากกว่า 47 เรื่อง ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
  • ในการเจรจาธุรกิจ หมายถึงความเสี่ยงที่ไม่สามารถประเมินได้
  • ในงานเขียนวรรณกรรม ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความไม่รู้

คุณค่าที่แท้จริงของตำนานนี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นภาพสะท้อนของวิธีที่มนุษย์สร้างเรื่องเล่าเพื่อจัดการกับความไม่รู้ ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน

เรียนรู้เพิ่มเติม

[Internal Link: วิธีอ่านแผนที่โบราณสำหรับผู้เริ่มต้น]

ควรเชื่อตำนานนี้ต่อไปหรือไม่?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ควรเชื่อในแง่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่สามารถใช้เป็นสัญลัก

ขอบคุณที่อ่าน

ไก่ชนคลาสสิก · The Journal · Issue 01 · 2024

บทความที่เกี่ยวข้อง